เด็กที่มีเป้าหมายชัด มักมี “1 สิ่งเหมือนกัน” ในบ้าน

เคยสังเกตไหมว่าเด็กบางคนรู้ว่าตัวเองอยากพัฒนาอะไรรู้ว่าควรตั้งใจเรียนเรื่องไหน
และไม่หลงทางง่าย แม้ยังไม่รู้คำตอบทั้งหมดของชีวิต
เด็กกลุ่มนี้ ไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุดแต่พวกเขามักมี “เป้าหมาย” ที่ชัดกว่าเพื่อนวัยเดียวกัน
และสิ่งที่เด็กกลุ่มนี้มีเหมือนกันมากที่สุด ไม่ใช่สมาร์ตโฟนราคาแพงไม่ใช่เรียนพิเศษทุกวัน
แต่คือ บ้านที่ “คุยกันเรื่องเป้าหมาย” อย่างสม่ำเสมอ
เป้าหมายของเด็ก ไม่ได้เกิดจากการบังคับ
แต่เกิดจาก “การคุย”เด็กไม่ได้ตื่นเช้ามาแล้วรู้ทันทีว่า“โตขึ้นอยากเป็นอะไร”แต่เป้าหมายจะค่อย ๆ ชัดขึ้นจากคำถามง่าย ๆ เช่น
งานวิจัยจากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศึกษาปัจจัยที่ทำให้เด็กมีแรงจูงใจและเป้าหมายในการเรียนผลพบว่าเด็กที่มีผู้ปกครอง “พูดคุย สะท้อนความคิด และรับฟัง”จะมีความสามารถในการตั้งเป้าหมายและวางแผนการเรียนได้ดีกว่าเด็กที่ถูกสั่งอย่างเดียว
เด็กกลุ่มนี้ยัง
พูดง่าย ๆ คือเด็กไม่ได้ต้องการคำสั่งเพิ่มแต่ต้องการคนที่ ฟังเขาจริง ๆ
บ้านที่ช่วยให้เด็กมีเป้าหมาย มักทำ 3 อย่างนี้
เด็กที่มีเป้าหมายชัดไม่ได้เกิดจากบ้านที่สมบูรณ์แบบแต่เกิดจากบ้านที่
อ้างอิง
และไม่หลงทางง่าย แม้ยังไม่รู้คำตอบทั้งหมดของชีวิต
เด็กกลุ่มนี้ ไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุดแต่พวกเขามักมี “เป้าหมาย” ที่ชัดกว่าเพื่อนวัยเดียวกัน
และสิ่งที่เด็กกลุ่มนี้มีเหมือนกันมากที่สุด ไม่ใช่สมาร์ตโฟนราคาแพงไม่ใช่เรียนพิเศษทุกวัน
แต่คือ บ้านที่ “คุยกันเรื่องเป้าหมาย” อย่างสม่ำเสมอ
เป้าหมายของเด็ก ไม่ได้เกิดจากการบังคับ
แต่เกิดจาก “การคุย”เด็กไม่ได้ตื่นเช้ามาแล้วรู้ทันทีว่า“โตขึ้นอยากเป็นอะไร”แต่เป้าหมายจะค่อย ๆ ชัดขึ้นจากคำถามง่าย ๆ เช่น
- วันนี้ที่โรงเรียน มีอะไรสนุกที่สุด
- วิชานี้รู้สึกยังไง
- ถ้าได้ลองใหม่ อยากลองอะไรเพิ่ม
งานวิจัยจากคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศึกษาปัจจัยที่ทำให้เด็กมีแรงจูงใจและเป้าหมายในการเรียนผลพบว่าเด็กที่มีผู้ปกครอง “พูดคุย สะท้อนความคิด และรับฟัง”จะมีความสามารถในการตั้งเป้าหมายและวางแผนการเรียนได้ดีกว่าเด็กที่ถูกสั่งอย่างเดียว
เด็กกลุ่มนี้ยัง
- มีความมั่นใจในตัวเองมากกว่า
- กล้าลองสิ่งใหม่
- ไม่กลัวผิดพลาด เพราะรู้ว่ามีคนคอยฟัง
พูดง่าย ๆ คือเด็กไม่ได้ต้องการคำสั่งเพิ่มแต่ต้องการคนที่ ฟังเขาจริง ๆ
บ้านที่ช่วยให้เด็กมีเป้าหมาย มักทำ 3 อย่างนี้
- คุยมากกว่าสั่ง แทนที่จะถามว่า“ทำไมยังไม่รู้ว่าชอบอะไร”ลองเปลี่ยนเป็น “ช่วงนี้อะไรทำให้รู้สึกสนุกบ้าง”
- ไม่รีบเร่งคำตอบ เด็กประถมปลายและมัธยมต้นยังอยู่ในช่วง “ลองผิดลองถูก”เป้าหมายอาจเปลี่ยนได้ และนั่นไม่ใช่เรื่องผิด
- อยู่ข้าง ๆ เวลาลอง เด็กจะกล้าฝันมากขึ้นเมื่อรู้ว่าแม้จะลองแล้วไม่เวิร์กก็ยังมีบ้านให้กลับมา
เด็กที่มีเป้าหมายชัดไม่ได้เกิดจากบ้านที่สมบูรณ์แบบแต่เกิดจากบ้านที่
- คุยกัน
- ฟังกัน
- ให้เด็กได้ลองคิด ลองฝัน ในแบบของตัวเอง
อ้างอิง
- คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย งานวิจัยเรื่อง แรงจูงใจในการเรียนรู้และบทบาทของครอบครัว
- สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล รายงาน ความสัมพันธ์ในครอบครัวกับพัฒนาการเด็กและเยาวชนไทย
บทความที่เกี่ยวข้อง
เด็กไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองให้เก่งขึ้นทันที แต่เริ่มจากการตั้งเป้าที่ทำได้จริง และอยู่กับเขาได้นาน เพราะการเติบโตที่ดีมักมาจากความเข้าใจตัวเอง
25 Dec 2025
บางครั้งการเริ่มต้นปีใหม่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองให้เก่งขึ้นทันที แค่เริ่มจากความกล้าลองและไม่กลัวผิดก็เพียงพอสำหรับก้าวแรกของปีใหม่แล้ว
25 Dec 2025
เด็กหลายคนไม่ได้ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร แต่แค่ยังไม่เคยมีโอกาสได้ลองจริง บางครั้ง การให้ลองแค่ “1 วัน” อาจดีกว่าการถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ ทั้งชีวิต
24 Dec 2025


