เป้าปีใหม่ที่เด็กทำได้จริง ไม่ต้องเป๊ะ แต่อยู่ได้นาน

ทุกปีใหม่ เด็กหลายคนจะได้ยินคำว่าปีนี้ต้องขยันนะ ปีนี้ต้องตั้งใจเรียนกว่าเดิม ปีนี้ต้องเก่งขึ้น
แต่ความจริงคือ ไม่ใช่ทุกคนจะเปลี่ยนตัวเองได้ทีเดียวทั้งชีวิต และก็ไม่เป็นไรเลย
นักวิจัยบอกว่าเด็กที่โตอย่างมีความสุขไม่ใช่เด็กที่ “ทำได้สมบูรณ์แบบ”แต่คือเด็กที่ ค่อย ๆ ดีขึ้นทีละนิด และไม่เลิกพยายาม
เป้าหมายที่ดี ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ หลายคนคิดว่าเป้าหมายปีใหม่ต้องเป็นอะไรใหญ่ ๆ เช่น
- ต้องสอบได้ที่ 1
- ต้องเก่งขึ้นทุกวิชา
- ต้องไม่ขี้เกียจอีกเลย
แต่เป้าแบบนี้ มักทำให้เด็ก เหนื่อย ท้อ และเลิกกลางทาง
งานวิจัยของ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข พบว่าเด็กที่ตั้งเป้าหมายยากเกินไป มีโอกาสเครียดและรู้สึกว่าตัวเอง “ไม่เก่ง” มากขึ้นโดยเฉพาะช่วงอายุประถมปลายถึงมัธยมต้น
เพราะฉะนั้นเป้าที่ดี = เป้าที่ทำได้จริง
ตัวอย่าง “เป้าปีใหม่” ที่ไม่เป๊ะ แต่ทำได้ ลองดูเป้าแบบนี้แทน
- อ่านหนังสือวันละ 10 นาที (ไม่ต้องทุกวิชา)
- ทำการบ้านเองก่อนเล่นเกม
- ถ้าไม่เข้าใจบทเรียน กล้าถามครู 1 ครั้งต่อสัปดาห์
- ลองทำกิจกรรมใหม่ ๆ อย่างน้อย เดือนละ 1 อย่าง
- นอนให้พอในคืนวันเรียน
ทำไม “เป้าเล็ก ๆ” ถึงอยู่ได้นาน
งานวิจัยจาก คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่องพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กไทย พบว่าเด็กที่เริ่มจากเป้าหมายเล็ก ๆ และทำได้จริงจะมีความมั่นใจในตัวเองสูงขึ้น และกล้าลองสิ่งใหม่มากกว่าเด็กที่ถูกคาดหวังสูงตั้งแต่แรก
เพราะสมองของเราจะชอบความรู้สึกว่า“เฮ้ย เราทำได้”และเมื่อรู้สึกว่าทำได้เราจะอยากทำต่อเอง โดยไม่ต้องมีใครบังคับ
ถ้าวันไหนทำไม่ได้ ถือว่าล้มเหลวไหมคำตอบคือ ไม่เลย
นักจิตวิทยาเด็กจาก มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่าการพลาดบางวัน ไม่ได้ทำให้เป้าหมายพังแต่การ “เลิกทั้งดุ้น” ต่างหาก ที่ทำให้เด็กไม่เติบโต
ถ้าวันไหนขี้เกียจลืมอ่านหนังสือหรือเผลอเล่นเกมนานไป แค่บอกตัวเองว่า “ไม่เป็นไร พรุ่งนี้เริ่มใหม่ได้”แค่นี้ก็พอแล้ว
ปีใหม่ไม่ต้องเป็น “คนใหม่” ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเก่งขึ้นทันทีไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองทั้งชีวิตขอแค่
- รู้จักตัวเองมากขึ้นนิดหนึ่ง
- กล้าลองมากขึ้นอีกหน่อย
- ไม่เลิกเชื่อว่าตัวเองพัฒนาได้
อ้างอิง
- กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขเรื่อง: ความเครียดและความคาดหวังในเด็กวัยเรียน
- คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเรื่อง: การตั้งเป้าหมายและแรงจูงใจในการเรียนของนักเรียนไทย
- คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลเรื่อง: พัฒนาการทางอารมณ์และการเรียนรู้ของเด็กและวัยรุ่น
บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำไมเด็กบางคนถือมือถือแน่นกว่าถือดินสอ? มันเป็นเพราะเขา “ไม่ตั้งใจ” หรือจริง ๆ แล้วเขายังไม่เคยเจออะไรในชีวิตที่ทำแล้วรู้สึกว่า “ทำได้”?
27 พ.ย. 2025
อันนู้นก็ไม่ดีอันนี้ก็ไม่ชอบเยอะแยะมากมายไปซะหมด แต่พอถามว่าชอบอะไร เอ๋คิดนานจังคิดไม่ออกด้วยแล้วจะหาเจอความชอบได้ยังไงบ้างวัยรุ่นปวดหัว ไปหมดแล้ว
7 พ.ย. 2024
เด็กวันนี้ไม่ได้ขาดความเก่ง แต่อาจขาด “ทักษะอนาคต” ที่ไม่มีใครเคยสอน นี่คือ 5 ทักษะที่เด็กยุค AI ต้องมี พ่อแม่อ่านแล้วปรับมุมมองการสอนลูกได้ทันที
4 ธ.ค. 2025


