ทำไม? เด็กยุคนี้ถึงไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร

หลายคนอาจเคยได้ยินผู้ใหญ่ถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร แต่เด็กจำนวนมากตอบไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่เก่ง ไม่ตั้งใจ หรือขี้เกียจ แต่เพราะ โลกของเด็กวันนี้ ไม่เหมือนสมัยก่อน

บทความนี้จะอธิบายแบบง่าย ๆ ว่าทำไมเด็กยุคนี้ถึงยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร และผู้ใหญ่จะช่วยเด็กได้อย่างไร

1. เด็กสับสน เพราะมีตัวเลือกเยอะเกินไป
สมัยก่อน เด็กเห็นอาชีพไม่กี่แบบหมอ ครู วิศวกร พ่อค้า ช่าง
แต่วันนี้ เด็กเห็นทุกอย่างพร้อมกันยูทูบเบอร์ เกมเมอร์ นักกีฬา นักวาด นักเขียน โปรแกรมเมอร์ อินฟลูเอนเซอร์
เด็กม.ต้นยังอยู่ในช่วง กำลังสร้างตัวตนถ้าเห็นตัวเลือกพร้อมกันมากเกินไปสมองจะ เลือกไม่ออก และรู้สึกว่ากลัวเลือกผิด
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) พบว่าเด็กและวัยรุ่นที่เผชิญตัวเลือกจำนวนมากโดยไม่มีผู้ช่วยวางกรอบมีระดับความเครียดและความสับสนด้านตัวตนสูงขึ้น (รายงานสุขภาวะเด็กและเยาวชนไทย)

2. เด็กใช้เวลา ดู มากกว่า ลงมือทำจริง
เด็กยุคนี้ดูคลิปได้ทั้งวันแต่การ ดู ไม่เท่ากับ รู้ว่าชอบการรู้ว่าตัวเองชอบอะไร ต้องมาจาก
  • การลองทำจริง
  • การผิดพลาด
  • การฝึกซ้ำ
ถ้าเด็กแค่ดูคนอื่นเก่งสมองจะยังไม่รู้ว่า เราถนัดแบบนั้นจริงไหม
คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่าการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ (Experiential Learning) ช่วยให้เด็กค้นพบความถนัดได้ชัดเจนกว่าการเรียนรู้แบบรับข้อมูลอย่างเดียว

3. ผู้ใหญ่ถามว่า เก่งอะไร เร็วเกินไป
คำถามที่เด็กเจอบ่อยคือ
  • เก่งวิชาอะไร
  • จะสอบเข้าอะไร
  • จะเรียนสายไหน
แต่เด็กประถม มัธยมต้นยังอยู่ในช่วง กำลังลอง ไม่ใช่ ต้องตัดสินใจ เมื่อถูกถามเร็วเกินไปเด็กจะเริ่มคิดว่า ถ้าตอบไม่ได้ แปลว่าเราไม่ดีพอ
กรมสุขภาพจิต รายงานว่า แรงกดดันด้านการเรียนและความคาดหวังจากผู้ใหญ่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เด็กไม่กล้าลองสิ่งใหม่ และกลัวความล้มเหลว

4. ระบบการเรียนให้คำตอบ แต่ไม่ค่อยให้พื้นที่ทดลอง
ในห้องเรียน เด็กมักถูกฝึกให้
  • ตอบให้ถูก
  • ทำให้เหมือนกัน
  • แข่งกันด้วยคะแนน
แต่ ความชอบ ไม่ได้เกิดจากคำตอบที่ถูกมันเกิดจากการได้ลองหลายแบบแล้วค่อยรู้ว่าแบบไหน ใช่กับเรา
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ระบุว่าเด็กไทยจำนวนมากยังขาดโอกาสในการเรียนรู้เชิงสำรวจ (Exploratory Learning) ซึ่งเป็นฐานสำคัญของการค้นหาความถนัดและอาชีพในอนาคต

5. ไม่รู้ว่าชอบอะไร ไม่มีความถนัด
สิ่งสำคัญที่สุดคือ การไม่รู้ว่าชอบอะไร ไม่ใช่ปัญหาแต่มันคือ สัญญาณว่าเด็กยังไม่ได้ลองในสนามที่เหมาะกับวัย ถ้าเด็กได้
  • ลองหลายกิจกรรม
  • โดยไม่ถูกตัดสิน
  • โดยไม่เร่งให้เก่ง
  • โดยมีผู้ใหญ่คอยสะท้อนอย่างอ่อนโยน
วันหนึ่งเด็กจะเริ่มพูดเองว่าอันนี้เราชอบ อันนี้เราทำแล้วมีแรง

สรุปสั้น ๆ 
  • เด็กยุคนี้ไม่รู้ว่าชอบอะไร เพราะโลกซับซ้อนขึ้น ไม่ใช่เพราะเด็กแย่ลง
  • ความชอบไม่ได้เกิดจากการคิด แต่เกิดจากการลอง
  • หน้าที่ผู้ใหญ่ไม่ใช่เร่งคำตอบ แต่คือช่วยจัด สนามทดลอง ที่ปลอดภัย
ถ้าเด็กยังตอบไม่ได้ว่าอยากเป็นอะไรนั่นไม่ใช่ความล้มเหลวแต่มันคือ ช่วงเวลาของการค้นหา

อ้างอิง
  • สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) รายงานสุขภาวะเด็กและเยาวชนไทย
  • คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยงานวิจัยด้านการเรียนรู้เชิงประสบการณ์กับการค้นหาตัวตน
  • กรมสุขภาพจิตรายงานสถานการณ์สุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นไทย
  • สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษารายงานทิศทางการพัฒนาผู้เรียนไทยในศตวรรษที่ 21

บทความที่เกี่ยวข้อง
เด็กที่มีเป้าหมายชัด มักมี “1 สิ่งเหมือนกัน” ในบ้าน
เด็กที่มีเป้าหมายชัด ไม่ได้เริ่มจากความเก่งแต่เริ่มจากบ้านที่คุยกันและฟังกันเสมอเพราะเป้าหมายของเด็ก ค่อย ๆ เติบโตจากการมีคนรับฟังเขาจริงๆ
25 ธ.ค. 2025
เป้าปีใหม่ที่เด็กทำได้จริง ไม่ต้องเป๊ะ แต่อยู่ได้นาน
เด็กไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองให้เก่งขึ้นทันที แต่เริ่มจากการตั้งเป้าที่ทำได้จริง และอยู่กับเขาได้นาน เพราะการเติบโตที่ดีมักมาจากความเข้าใจตัวเอง
25 ธ.ค. 2025
ปีใหม่อยากให้ลูกเป็นคนใหม่ ต้องเริ่มจาก 5 สิ่งนี้
บางครั้งการเริ่มต้นปีใหม่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองให้เก่งขึ้นทันที แค่เริ่มจากความกล้าลองและไม่กลัวผิดก็เพียงพอสำหรับก้าวแรกของปีใหม่แล้ว
25 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy