ทำไมการพาเด็กลงมือทำ 1 ชั่วโมง ถึงเหมือนอ่านหนังสือ 10 เล่ม

1. สมองเด็กเรียนรู้จาก การลองทำ มากกว่าแค่อ่าน
เด็กจะจำสิ่งที่ได้ จับ เล่น ทดลอง คิดเอง ดีกว่าสิ่งที่อ่านผ่านตาเฉยๆ เพราะเวลาลงมือทำ เด็กใช้ทั้ง ตา หู มือ และสมอง พร้อมกัน ทำให้ความรู้ติดอยู่ในหัวนานกว่า
โรงเรียนไทยหลายแห่งที่ใช้ Active Learning ก็พบว่าเด็กที่ได้ทำกิจกรรมจริง เข้าใจบทเรียนและแก้ปัญหาได้ดีขึ้นกว่านั่งฟังเฉยๆ
2. ถ้าแค่อ่านเดี๋ยวก็ลืม
นักวิจัย Hermann Ebbinghaus พบว่าถ้าเรา อ่านแล้ววาง ไม่ได้ใช้ต่อแค่ 23 วัน ความจำจะหายไปเยอะมากและอาจจำได้แค่ นิดเดียวใน 12 สัปดาห์
แต่ถ้าเด็กได้ลองทำ ได้อธิบายให้คนอื่นฟัง ได้ลองผิดลองถูกสมองจะ จำแบบระยะยาว ดีกว่าการอ่านหลายเล่มมาก
3. เรียนแบบลงมือทำ = คะแนนดีขึ้น + คิดเป็น + กล้าลอง
หลายงานวิจัยไทยสรุปตรงกันว่า เรียนแบบลงมือทำ = คะแนนดีขึ้น + คิดเป็น + กล้าลอ ตัวอย่างเช่น
- (งานวิจัย ThaiJo) นักเรียน ม.ต้น ที่ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ 18 ชั่วโมงได้คะแนนความคิดสร้างสรรค์เฉลี่ย 88.75% สูงกว่าเกณฑ์มาก
- (วิทยานิพนธ์ iThesis, ม.ศิลปากร) นักเรียนประถมที่ทำโครงงานจริงมีทักษะทางวิทยาศาสตร์และการวางแผนดีขึ้นแบบเห็นได้ชัด
- (DPU Research) นักเรียน ม.4 ที่เรียนฟิสิกส์ด้วยการทำโปรเจ็กต์คะแนนหลังเรียนสูงขึ้น และทำงานเป็นทีมดีขึ้น
- (งานวิจัย มรภ.เพชรบูรณ์, 2024) เด็กประถมที่ได้เรียนรู้แบบ ประสบการณ์จริง
- มีความมั่นใจ และเห็นภาพอาชีพของตัวเองชัดขึ้น
สรุปคือ การลงมือทำ = จำแม่นกว่า คิดดีขึ้น สนุกกว่า และเข้าใจลึกกว่า
แล้วทำไมบอกว่า 1 ชั่วโมง = 10 เล่ม?
มันไม่ใช่ตัวเลขจริงเป๊ะๆ แต่เป็นภาพง่ายๆ ที่ช่วยให้เข้าใจว่า 1 ชั่วโมงที่ลงมือทำจริง เด็กต้องใช้สมองคิด มือทำ ปากอธิบาย แก้ปัญหา เชื่อมโยงด้วยตัวเอง ทั้งหมดนี้ทำให้ความรู้ ติดหัว แบบลึกกว่าการอ่านเงียบๆ แม้จะเป็น 10 เล่มก็ตาม
เด็กอยากลองทำอะไรได้บ้าง?
- ทำโมเดลระบบสุริยะ
- ทดลองฟิสิกส์ง่ายๆ ที่บ้าน
- ออกแบบโปสเตอร์ใน Canva
- ลองสวมบท หมอวิศวกรเชฟครีเอเตอร์
- ชวนเด็กมาสอนกลับให้พ่อแม่ฟัง 5 นาที
แค่ให้ ได้ลองจริง วันละนิดก็ช่วยให้เด็ก เก่งขึ้น เร็วขึ้น และเข้าใจตัวเองมากขึ้น
อยากเริ่มต้นให้ลูกได้ลอง Workshop จริงทักแชทมาคุยกับเราได้
อ้างอิง
- Active Learning & Constructivism ในไทย Thai Journal Online (ThaiJo) งานวิจัยผลการใช้กิจกรรมลงมือทำในหลายวิชา
- โครงงานวิทยาศาสตร์ ม.ต้น จ.ตรัง ThaiJo: ผลสัมฤทธิ์และความคิดสร้างสรรค์สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- ทักษะวิทยาศาสตร์ระดับประถม iThesis, ม.ศิลปากร ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นหลังทำโครงงาน
- โครงงานฟิสิกส์ ม.4 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) คะแนนและการทำงานทีมดีขึ้น
- โมเดลเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experience-based Learning) มรภ.เพชรบูรณ์, 2024 ทักษะอาชีพและความมั่นใจเพิ่มขึ้น
- Forgetting Curve Hermann Ebbinghaus (1885) แนวคิดเรื่องการลืมเมื่อไม่ได้ใช้ความรู้จริง
บทความที่เกี่ยวข้อง
เด็กที่มีเป้าหมายชัด ไม่ได้เริ่มจากความเก่งแต่เริ่มจากบ้านที่คุยกันและฟังกันเสมอเพราะเป้าหมายของเด็ก ค่อย ๆ เติบโตจากการมีคนรับฟังเขาจริงๆ
25 ธ.ค. 2025
เด็กไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองให้เก่งขึ้นทันที แต่เริ่มจากการตั้งเป้าที่ทำได้จริง และอยู่กับเขาได้นาน เพราะการเติบโตที่ดีมักมาจากความเข้าใจตัวเอง
25 ธ.ค. 2025
บางครั้งการเริ่มต้นปีใหม่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองให้เก่งขึ้นทันที แค่เริ่มจากความกล้าลองและไม่กลัวผิดก็เพียงพอสำหรับก้าวแรกของปีใหม่แล้ว
25 ธ.ค. 2025


