เด็กเรียนเก่ง ไม่ได้แปลว่า “รู้ตัวเองอยากเป็นอะไร”

เวลามีใครสักคนเรียนเก่งมากๆ คนมักคิดว่าเขาน่าจะ รู้เส้นทางอนาคตของตัวเองแล้ว แต่ความจริงคือ เด็กจำนวนมากที่ได้เกรดดี ยังตอบไม่ได้เลยว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร และนี่ไม่ใช่เรื่องผิดปกติเลย
 
ทำไมเรียนเก่ง รู้เส้นทางชีวิต
ที่โรงเรียนเราถูกถามเรื่องคะแนนมากกว่าเรื่องความถนัดของตัวเอง เช่น ได้เกรดเท่าไหร่ สอบได้อันดับที่เท่าไหร่ ได้คะแนนวิชาไหนสูงที่สุด สิ่งเหล่านี้บอกแค่ เราทำข้อสอบได้ดีแค่ไหน แต่ไม่ได้บอกว่าเราชอบอะไร สนใจอะไร หรืออยากทำอะไรในอนาคตจริงๆ
 
งานวิจัยในไทยหลายแห่งบอกตรงกันว่า เด็กไทยจำนวนมาก เรียนได้ แต่ยังไม่เข้าใจตัวเอง เพราะระบบยังเน้นการท่องจำมากกว่าการสำรวจความสนใจและทักษะชีวิต
 
ถนัดวิชาอะไร ไม่ได้แปลว่าจะอยากทำงานในสายเดียวกัน
บางคนเก่งคณิต แต่สนุกกับการวาดรูป บางคนเก่งวิทย์ แต่ฝันอยากทำงานเกี่ยวกับคนหรือด้านศิลปะ บางคนได้เกรดดีทุกวิชา แต่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองชอบอะไรที่สุด
 
สาเหตุหนึ่งคือ ประสบการณ์ ถ้าเราไม่เคยลองทำหลายๆ อย่าง ก็ยากที่จะรู้ว่าชอบอะไรจริงๆเด็กที่ยังไม่มีโอกาสลอง อาจคิดว่า ไม่ชอบ ทั้งที่ไม่เคยลองด้วยซ้ำ
 
แล้วถ้ายังไม่รู้ว่าอยากเป็นอะไร ถือว่าผิดไหม
ไม่ผิดเลย โดยเฉพาะน้องๆ ม.ต้น นี่คือช่วงที่เรากำลังเริ่มรู้จักตัวเอง ชอบสิ่งใหม่ เปลี่ยนความฝันบ่อย หรือยังหาความสนใจไม่เจอ สิ่งสำคัญไม่ใช่การรีบตอบว่า อยากเป็นอะไร แต่คือ ได้ลองสิ่งใหม่ๆ เพื่อรู้จักตัวเองมากขึ้นทีละนิด
 
วิธีเริ่มค้นหาตัวเอง ลองใช้วิธีง่ายๆ ที่เด็กทำได้เลย
1. ลองทำจริง มากกว่าคิดในหัว อยากรู้ว่าชอบวิทย์? ลองเข้ากิจกรรมทดลอง ชอบศิลปะ? ลองวาดรูป ทำงานฝีมือ ชอบคน? ลองกิจกรรมอาสา หรือชมรมต่างๆ ยิ่งลองมาก ยิ่งรู้มาก
 
2. จดสมุดรู้จักตัวเอง ตอบคำถามเดือนละครั้ง เช่นเดือนนี้ทำอะไรแล้วสนุกที่สุด เรื่องไหนอธิบายให้เพื่อนฟังได้เป็นชั่วโมง เห็นอาชีพอะไรแล้วรู้สึกว่า อยากลองบ้าง แค่ไม่กี่เดือน เราจะเห็นความชอบที่ค่อยๆ ชัดขึ้น
 
3. คุยกับผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ บางทีคนอื่นเห็นจุดเด่นของเราที่เราไม่เห็นเองถามเขาได้ว่าเราถนัดอะไร หรือเหมาะกับอะไร
 
4. อย่าใช้เกรดตัดสินอนาคต เกรดบอกว่า วิชานี้เราทำได้ดีแค่ไหนตอนนี้ แต่ไม่ได้บอกว่าเราควรทำงานอะไรในอนาคตอาชีพต้องใช้ทั้งความรู้ ทักษะ บุคลิก และความสนใจของเราเอง
 
สรุป
  • ความสนใจอาชีพต้องใช้เวลาและประสบการณ์ ไม่ใช่แค่เกรด
  • การได้ลองทำสิ่งต่างๆ และค่อยๆ รู้จักตัวเองสำคัญที่สุด
  • อนาคตไม่ต้องรีบตัดสินวันนี้ แต่ต้อง ไม่หยุดสำรวจตัวเอง
เรื่องเส้นทางชีวิตไม่ได้มีคำตอบตายตัวหน้าที่ของเราคือค่อยๆ หาคำตอบที่เหมาะกับตัวเองที่สุด เท่านั้นเอง
 
อ้างอิง
1. กระทรวงศึกษาธิการ (ประเทศไทย) รายงานชี้ว่าระบบการเรียนของไทยยังเน้นการท่องจำและคะแนนสอบมากกว่าทักษะคิดวิเคราะห์ ทำให้เด็กจำนวนมากเรียนได้ แต่ยังไม่เข้าใจความถนัดตนเอง
2. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ผลการติดตามพัฒนาการอาชีพของนักเรียนไทยพบว่า เด็กมัธยมจำนวนมากยัง ไม่ชัดเจน ว่าต้องการประกอบอาชีพอะไร แม้มีผลการเรียนดี
3. สำนักงานวิจัยแห่งชาติ (NRCT) งานวิจัยด้านความสนใจอาชีพระบุว่า ความสนใจไม่ได้ขึ้นกับเกรด แต่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ การสนับสนุนจากครอบครัว และโอกาสได้ลองทำจริง
4. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) การศึกษาความสนใจ STEM ในเด็กไทยพบว่า แม้เด็กบางคนเรียนวิทย์คณิตได้ดี แต่ไม่ได้สนใจอาชีพด้านนี้ แสดงว่า เรียนเก่งไม่เท่ากับอยากทำงานในสายนั้น
5. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะครุศาสตร์ / คณะจิตวิทยา งานทดลองด้านกิจกรรมแนะแนวระบุว่า การให้เด็กทำกิจกรรมจริงและพูดคุยสะท้อนตัวเอง ช่วยให้ตัดสินใจเรื่องอาชีพได้ชัดเจนขึ้นมาก
6. มหาวิทยาลัยมหิดล คณะศึกษาศาสตร์ / สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ รายงานวิจัยพบว่าผลการเรียนสัมพันธ์กับวินัยและแรงจูงใจ แต่ไม่ใช่ตัวชี้ว่าเด็กจะเลือกอาชีพอะไร เพราะอาชีพต้องใช้ทักษะชีวิตและความสนใจร่วมด้วย
7. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะศึกษาศาสตร์ งานวิจัยด้านพัฒนาการเด็กประถมพบว่า เด็กต้องอาศัยประสบการณ์จริงและโอกาสสำรวจตนเอง จึงจะเริ่มรู้ว่าชอบอะไร และอยากทำอะไรในอนาคต
8. สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) รายงานเตือนว่าการแข่งขันด้านคะแนนมากเกินไป ทำให้เด็กจำนวนมากไม่มีพื้นที่ทดลองค้นหาตัวเอง ส่งผลให้ไม่รู้เส้นทางอาชีพแม้เรียนเก่งก็ตาม

บทความที่เกี่ยวข้อง
เด็กที่มีเป้าหมายชัด มักมี “1 สิ่งเหมือนกัน” ในบ้าน
เด็กที่มีเป้าหมายชัด ไม่ได้เริ่มจากความเก่งแต่เริ่มจากบ้านที่คุยกันและฟังกันเสมอเพราะเป้าหมายของเด็ก ค่อย ๆ เติบโตจากการมีคนรับฟังเขาจริงๆ
25 ธ.ค. 2025
เป้าปีใหม่ที่เด็กทำได้จริง ไม่ต้องเป๊ะ แต่อยู่ได้นาน
เด็กไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองให้เก่งขึ้นทันที แต่เริ่มจากการตั้งเป้าที่ทำได้จริง และอยู่กับเขาได้นาน เพราะการเติบโตที่ดีมักมาจากความเข้าใจตัวเอง
25 ธ.ค. 2025
ปีใหม่อยากให้ลูกเป็นคนใหม่ ต้องเริ่มจาก 5 สิ่งนี้
บางครั้งการเริ่มต้นปีใหม่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองให้เก่งขึ้นทันที แค่เริ่มจากความกล้าลองและไม่กลัวผิดก็เพียงพอสำหรับก้าวแรกของปีใหม่แล้ว
25 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy