บ้านตึงเพราะลูกติดมือถือ ลอง “สูตรทีมเดียวกัน” 3 ข้อนี้

ปัญหาลูกติดมือถือ มักไม่ใช่เรื่องหน้าจออย่างเดียว แต่คือเรื่อง ความเครียด การสื่อสาร และความสัมพันธ์ในบ้าน ถ้าแก้ผิดวิธี บ้านจะกลายเป็นสนามรบ แต่ถ้าแก้ถูก บ้านจะกลับมาเป็นทีมเดียวกัน

สูตร 3 อย่าง ที่ไม่ต้องยึดมือถือ ไม่ต้องตะโกน และไม่ต้องให้ใครแพ้

สูตร 1: แยกให้ชัด ใช้เพื่อเรียน หรือ ใช้เพื่อหนีเครียด 
ก่อนจะตั้งกติกา ให้ลูกช่วยตอบคำถามนี้แบบตรงไปตรงมา

คำถามที่ 1 ตอนหยิบมือถือ เรากำลัง หาอะไร
  • ความสนุก
  • เพื่อน
  • หนีเครียด
  • เบื่อ
  • กลัวพลาดเรื่องของเพื่อน
คำถามที่ 2 ถ้าวางมือถือแล้ว เรากลัวอะไร
  • เหงา
  • ว่าง
  • โดนว่า
  • ตามเพื่อนไม่ทัน

ถ้าลูกตอบได้ = ลูกเริ่ม คุมเกม ไม่ใช่ โดนเกมคุม

นี่คือจุดตั้งต้นของการแก้ปัญหาที่แท้จริง เพราะงานวิจัยด้านจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่นในไทยพบว่าความเครียดและความกังวล มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟนเกินพอดี เด็กไม่ได้ติดจอเพราะขี้เกียจเสมอไป แต่เพราะ ไม่รู้จะจัดการอารมณ์ยังไง

สูตร 2: เปลี่ยนจาก ห้าม เป็น ดีล
คำว่า ห้าม ทำให้เด็กมองพ่อแม่เป็นศัตรูแต่คำว่า ดีล ทำให้พ่อแม่เป็น คู่เจรจา

ดีลที่เวิร์กต้องมี 3 ส่วน

  • เวลาใช้งาน ที่ตกลงร่วมกัน
  • เวลาปลอดจอ ที่ทุกคนทำเหมือนกัน (รวมพ่อแม่)
  • ผลลัพธ์ที่ลูกได้ ไม่ใช่แค่การไม่โดนลงโทษ

ตัวอย่างดีลที่บ้านใช้ได้เลย

วันเรียน: เล่นมือถือได้ หลัง ทำ 2 อย่างเสร็จ

  • การบ้าน
  • อาบน้ำ/กินข้าว
บ้านมี ช่วงปลอดจอร่วมกัน วันละ 45 นาที
  • ทุกคนวางมือถือจริง ไม่ใช่แค่เด็ก
การตกลงแบบนี้ช่วยลดการปะทะ และทำให้กติกาไม่ใช่คำสั่งฝ่ายเดียว

สูตร 3: ทำให้ ชีวิตจริง สนุกพอจะวางจอได้
เด็กจะวางมือถือได้ง่ายขึ้น เมื่อชีวิตจริงมีสิ่งเหล่านี้
  • กิจกรรมที่ ได้คุย ไม่ใช่แค่สั่งให้ทำ แต่ได้คุยไปด้วย เช่น ทำอาหารง่าย ๆ ต่อเลโก้ ทำโปรเจกต์เล็ก ๆ
  • กิจกรรมที่ ได้ชนะเล็ก ๆ เด็กต้องการความรู้สึกว่า เราทำสำเร็จได้ ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ แค่ทำเสร็จ เห็นผล ก็พอ
  • กิจกรรมที่ ได้ระบายเครียด กีฬา เดินเล่น เล่นกับเพื่อนเพื่อ ตัดวงจรเครียด หนีเข้าจอ เครียดกว่าเดิม

งานวิจัยไทยจำนวนมากชี้ว่าเด็กที่มีระดับความเครียดและความกังวลสูง มีแนวโน้มใช้สมาร์ตโฟนมากขึ้นและควบคุมยากขึ้นนี่ไม่ใช่คำพูดสวย ๆ แต่คือกลไกทางจิตวิทยาที่เกิดขึ้นจริง

คู่มือพ่อแม่: 7 วันปรับบ้าน (ไม่ต้องตัดมือถือทิ้ง)

  • วันที่ 1: เลิกเปิดศึกด้วยประโยคเดียว เปลี่ยนจาก เลิกเล่นเดี๋ยวนี้ เป็นขออีก 3 นาที แล้วมาคุยกัน 2 เรื่อง เด็กวัยนี้ต้องการ ทางลง ไม่ใช่ ทางตัน
  • วันที่ 2: ตั้ง โซนปลอดจอ 1 จุดในบ้าน เช่นโต๊ะกินข้าว ห้องนอน คำแนะนำด้านสุขภาพจิตในไทยระบุว่าการกำกับดูแลการใช้หน้าจอ โดยเฉพาะในพื้นที่พักผ่อน มีผลต่อพฤติกรรม สุขภาพ และอารมณ์ของเด็ก
  • วันที่ 3: พ่อแม่ทำ สัญญาเงียบ ก่อนขอให้ลูกลดจอพ่อแม่เลือก 1 ช่วงเวลา วางมือถือจริง วันละ 30 นาที เด็กเชื่อ สิ่งที่เห็นมากกว่า สิ่งที่ถูกสอน
  • วันที่ 4: ตั้งกติกาแบบวัดได้ อย่าใช้คำว่า เล่นเยอะไป เพราะเด็กจะเถียงได้ทุกครั้งให้ใช้กี่นาที กี่รอบ กี่วัน
    งานวิจัยไทยเองก็ใช้ตัวชี้วัดแบบชั่วโมงต่อวัน / ความถี่การเช็กเพราะมันวัด คุม และปรับได้จริง
  • วันที่ 5: สร้าง ทางเลือกเวลาว่าง 2 อย่าง ไม่ต้องหรู แต่อย่าเป็นกิจกรรมที่โดนด่าเช่น ทำขนมง่าย ๆ ต่อโมเดล เล่นบอร์ดเกม เดินซื้อของด้วยกัน
  • วันที่ 6: คุยเรื่อง เหตุผลของกติกา แบบไม่สั่งสอน ประโยคที่เวิร์ก เช่นพ่อแม่ไม่ได้กลัวลูกสนุก พ่อแม่กลัวลูกเหนื่อยโดยไม่รู้ตัว เราจะไม่ยึดมือถือ ถ้าลูกช่วยทำข้อตกลงให้บ้านสงบขึ้น
  • วันที่ 7: ประเมินร่วมกัน ไม่ใช่ตัดสินลูกฝ่ายเดียว ถาม 3 ข้อ อะไรทำได้ดีขึ้น อะไรทำไม่ได้ เพราะอะไร จะปรับกติกายังไงให้ ทำได้จริง

งานศึกษาในไทยพบว่าความสัมพันธ์ในครอบครัว มีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟนอย่างมีนัยสำคัญ บ้านที่คุยกันได้ เด็กควบคุมตัวเองได้ดีกว่า

สรุป
ลูกติดมือถือ ไม่ได้แก้ด้วยการชนะลูก แต่แก้ด้วยการทำให้บ้านกลับมาเป็นทีมเดียวกันแล้วค่อยวางกติกาที่ทำได้จริง

อ้างอิง
Thai Journal Online (ThaiJO)

  • งานวิจัยด้านความเครียด ความกังวล และพฤติกรรมการใช้สมาร์ตโฟนในเด็กและวัยรุ่น
  • งานศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้สมาร์ตโฟนกับความสัมพันธ์ในครอบครัว
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข
  • คำแนะนำด้านสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น
  • แนวทางการกำกับดูแลการใช้สื่อดิจิทัลในครอบครัว
บทความวิชาการด้านพฤติกรรมสุขภาพเด็ก (ฐานข้อมูล ThaiJO)
  • ตัวชี้วัดการใช้สมาร์ตโฟน เช่น ชั่วโมงต่อวัน และความถี่ในการใช้งาน
  • ความเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรมหน้าจอ การพักผ่อน และอารมณ์

บทความที่เกี่ยวข้อง
เด็กที่มีเป้าหมายชัด มักมี “1 สิ่งเหมือนกัน” ในบ้าน
เด็กที่มีเป้าหมายชัด ไม่ได้เริ่มจากความเก่งแต่เริ่มจากบ้านที่คุยกันและฟังกันเสมอเพราะเป้าหมายของเด็ก ค่อย ๆ เติบโตจากการมีคนรับฟังเขาจริงๆ
25 ธ.ค. 2025
เป้าปีใหม่ที่เด็กทำได้จริง ไม่ต้องเป๊ะ แต่อยู่ได้นาน
เด็กไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองให้เก่งขึ้นทันที แต่เริ่มจากการตั้งเป้าที่ทำได้จริง และอยู่กับเขาได้นาน เพราะการเติบโตที่ดีมักมาจากความเข้าใจตัวเอง
25 ธ.ค. 2025
ปีใหม่อยากให้ลูกเป็นคนใหม่ ต้องเริ่มจาก 5 สิ่งนี้
บางครั้งการเริ่มต้นปีใหม่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองให้เก่งขึ้นทันที แค่เริ่มจากความกล้าลองและไม่กลัวผิดก็เพียงพอสำหรับก้าวแรกของปีใหม่แล้ว
25 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy