แชร์

ทำไมเด็ก “เรียนเก่ง” หลายคนโตไปแล้ว “ไม่รู้จะทำอาชีพอะไร”

อัพเดทล่าสุด: 28 พ.ย. 2025
55 ผู้เข้าชม
     เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับความเก่งหรือคะแนนสอบเลยแต่มาจากสิ่งง่ายๆ ที่เด็กไม่ได้รับตั้งแต่เล็ก คือโอกาสได้ลองของจริง และโอกาสได้รู้จักตัวเอง
 
     เด็กเรียนเก่ง = เก่งทำข้อสอบ แต่ไม่จำเป็นต้องรู้ว่า อะไรคือสิ่งที่เราถนัดจริงๆ หรือ โลกของอาชีพจริงๆ เป็นยังไง ไม่แปลกที่เด็กเก่งหลายคนตอบว่า ยังไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรต่อ ยังหาตัวเองไม่เจอ
 
แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้?
  1. โรงเรียนเน้น จำสอบ มากกว่า รู้จักตัวเอง เด็กเลยรู้เยอะเรื่องบทเรียน แต่รู้เรื่องตัวเองน้อยมาก
  2. ไม่มีโอกาสได้ลองอาชีพจริงตั้งแต่วัยเด็ก ส่วนใหญ่เรียนสอบเล่นมือถือแต่ไม่เคยได้ลองทำโปรเจกต์ หรือสัมผัสงานจริงเลย
  3. Soft Skill ที่จำเป็นต่อการเลือกอาชีพยังไม่แน่น หลังโควิดเด็กจำนวนมากวางแผนและตัดสินใจยากขึ้นเลยกลัว เลือกผิดมากกว่าเลือกให้ถูก
  4. แนะแนวในโรงเรียนมาช้าเกินไป หลายโรงเรียนเพิ่งคุยเรื่องอาชีพตอน ม.6 ทั้งที่เด็กควรเริ่มสำรวจตัวเองตั้งแต่ประถมปลายม.ต้น
ยังไม่รู้จะทำอาชีพอะไร = ปกติมาก
     เด็กไม่ได้มีหน้าที่ต้องล็อกอาชีพหน้าที่คือ ลองหลายๆ อย่างเพื่อรู้จักตัวเอง ปัญหาที่เจอบ่อยคือ เด็ก ไม่เคยมีโอกาสได้ลองอะไรจริงๆ เลยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองชอบหรือถนัดอะไร
 
พ่อแม่ช่วยลูกได้ง่ายๆ ด้วยวิธีนี้
  1. เปลี่ยนคำถาม จาก โตไปอยากเป็นอะไร? เป็น ช่วงนี้อยากลองอะไร? แค่เปลี่ยนแบบนี้ เด็กจะกล้าคิดเองมากขึ้น
  2. ทำเมนูลองของจริง เดือนละ 1 อย่าง ไม่ต้องใหญ่ ไม่ต้องแพง เช่น ลองถ่ายรูปตัดต่อเหมือนยูทูเบอร์ ลองทำขนมขายลองจับเครื่องมือจริงๆ ในเวิร์กช็อป ลองงานสายแพทย์/วิศวะในรูปแบบที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ยิ่งลองหลายอย่างสมองยิ่งเชื่อมโยงเก่งขึ้น
  3. ให้ลูกเขียนไดอารี่ว่าเราได้รู้อะไรจากการลองครั้งนี้ แค่ตอบ 3 ข้อ อะไรสนุก อะไรถนัด อะไรไม่ใช่ นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของ การรู้จักตัวเอง
แล้วถ้าพ่อแม่ไม่มีเวลาให้ลูกลองเองทุกอย่างล่ะ?
     ตรงนี้เองที่ เวิร์กช็อปแนวอาชีพแบบลงมือทำ ช่วยพ่อแม่ประหยัดทั้งเวลาและลดความเสี่ยงให้เด็กลองแบบ ปลอดภัยและได้ผลจริงเพราะในเวิร์กช็อปเด็กจะได้ลองหลายบทบาท เช่น หมอนักวิทยาศาสตร์ วิศวะช่างเทคนิค เชฟครีเอเตอร์ นักออกแบบสายโปรแกรมเมอร์
 
เด็กได้จับอุปกรณ์จริง ได้ลงมือทำสถานการณ์จำลองและมีผู้เชี่ยวชาญคอยแนะนำ ซึ่งการลองแบบนี้ มีผลกับความเข้าใจตัวเองมากกว่าแค่ฟังบรรยายหลายเท่าและที่สำคัญคือพ่อแม่ไม่ต้องสอนเองทั้งหมด 
 
อยากเริ่มต้นให้ลูกลอง Workshop ทักแชทมาคุยกับเราได้
 
อ้างอิง
  1. กสศ. (2566). รายงานผลกระทบหลังโควิดต่อทักษะเด็กไทย พบว่าทักษะวางแผนตัดสินใจลดลง 3050%.
  2. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.). รายงานระบบการศึกษาไทย ระบุชัดว่าชั่วโมงแนะแนวมีน้อย แม้เด็กต้องการมากขึ้น.
  3. กระทรวงศึกษาธิการ งานวิจัยด้านแนะแนวอาชีพ พบว่าเด็ก ม.ปลาย ขาดข้อมูลอาชีพ และต้องการบริการแนะแนวเพิ่มขึ้น.
  4. ศูนย์วิจัย STOU & NRCT. งานวิจัยเรื่อง วุฒิภาวะทางอาชีพ ชี้ว่าการพัฒนาอาชีพควรเริ่มตั้งแต่วัยเด็กผ่านกิจกรรมลงมือทำจริง.
  5. สพฐ.กสศ. รายงานเด็กไทย ขาดประสบการณ์เชื่อมอาชีพจริง และควรเริ่มสำรวจตัวเองตั้งแต่ประถมปลายม.ต้น.

บทความที่เกี่ยวข้อง
บ้านตึงเพราะลูกติดมือถือ ลอง “สูตรทีมเดียวกัน” 3 ข้อนี้
ลูกติดมือถือ บางทีไม่ได้ติดจอแต่อาจกำลังหนีความเครียดในแบบที่เราไม่ทันสังเกต ก่อนจะแก้ผิดจนบ้านตึงกว่าเดิม เริ่มจาก 3 ข้อนี้ มีอะไรบ้างมาดูกัน
16 ธ.ค. 2025
พ่อแม่ต้องรู้! เด็กที่มี 6 ทักษะนี้โลกอนาคตต้องการ
อยากให้ลูกก้าวหน้าในโลกอนาคต แต่ยังไม่แน่ใจว่าลูกมี “ทักษะ” รอบด้านเพียงพอหรือยัง มาลองดูไปพร้อมกันว่า โลกอนาคตกำลังมองหาเด็กแบบไหนกันแน่
15 ธ.ค. 2025
10 พฤติกรรมในบ้านที่บอกว่า “ลูกมีแววเป็นสายไหน”
บางพฤติกรรมในบ้านที่เรามองว่า “ปกติ” อาจกำลังบอกอะไรสำคัญเกี่ยวกับแววของลูก ลองมาดูว่าพ่อแม่ส่วนใหญ่มักมองข้ามสัญญาณอะไรไปบ้าง
11 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy