พาลูกลองอาชีพตั้งแต่เด็ก ช่วยประหยัดค่าเรียนมหาลัยได้จริง?

คำตอบคือ...ช่วยได้มากกว่าที่คิด
 
หลายคนอาจคิดว่า เรื่องอาชีพเป็นเรื่องของเด็กโต แต่จริง ๆ แล้ว การได้ลองลงมือทำเล็ก ๆ ตั้งแต่เด็ก ช่วยให้เรารู้ตัวเองเร็วขึ้นมาก และยังทำให้ไม่เสียเวลา ไม่เสียเงินเรียนในสิ่งที่ไม่ใช่ตอนโตด้วย
 
1. ทำไมเด็กที่ ได้ลองอาชีพจริง ถึงหาตัวเองได้เร็วกว่า
มูลนิธิคนไทย 4.0 และงานวิจัยจากสสส. เคยรายงานตรงกันว่า เด็กไทยส่วนใหญ่ รู้จักอาชีพจริงน้อยมาก เพราะในโรงเรียนจะสอนเนื้อหา แต่ไม่ค่อยมีโอกาสให้ลองของจริงเลยเกิดเหตุการณ์ที่หลายคนเรียนเก่ง สอบเก่ง แต่ไม่รู้ว่าโตไปอยากทำอะไร
 
พอไม่ได้ลองจริง เราก็เดาอาชีพจากภาพในหัว ซึ่งมักไม่ตรงกับความจริง
     คิดว่า หมอ คือรักษาคนอย่างเดียว แต่ไม่รู้ว่าต้องอ่านเคสหนักแค่ไหน
     คิดว่า วิศวะ คือซ่อมของเท่ ๆ แต่จริง ๆ ต้องคิดแก้ปัญหาเป็นระบบ
     คิดว่า กราฟิกดีไซน์ วาดรูปสวยก็ได้แล้ว แต่จริง ๆ ต้องสื่อสารกับลูกค้าเยอะมาก
เด็กที่ได้ลองแบบ field trip, workshop, หรือทำโปรเจกต์สั้น ๆ จะรู้เร็วว่า ชอบไม่ชอบอะไร
นี่แหละที่ช่วยประหยัดเงินตอนโต
 
2. เด็กที่รู้แนวอาชีพเร็ว เรียนไม่หลงทาง
งานวิจัยจาก ศูนย์พัฒนาเด็กและเยาวชน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2565) พบว่าเด็กที่ได้ลองกิจกรรมอาชีพจริง เช่น ห้องปฏิบัติการจำลอง ทำคลินิกจำลอง หรือมินิโปรเจกต์มีแนวโน้มเลือกสายการเรียนตรงความถนัดสูงกว่า 1.8 เท่า
 
อีกงานวิจัยจาก สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มศว (2564) พบว่าเด็กที่หาตัวเองเจอเร็ว มีโอกาสเปลี่ยนคณะ/ลาออกน้อยลงมาก ซึ่งตรงนี้แหละที่ช่วยประหยัดเงินได้หลายหมื่นหลายแสนบาท เพราะการเปลี่ยนคณะ 1 ครั้ง = ต้องเรียนซ้ำปี, เสียค่าเทอมใหม่, และเสียเวลาไปอย่างน้อย 1 ปีเต็ม
 
3. เด็กไทย เปลี่ยนคณะ-ซิ่ว สูง เพราะไม่เคยรู้ว่าตัวเองชอบอะไร
ข้อมูลจาก สกศ. (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา) รายงานว่ากว่า 30-40% ของนักศึกษาที่ซิ่ว เกิดจากการ เลือกคณะผิด เพราะไม่รู้ตัวเอง และการซิ่ว 1 ครั้ง ไม่ใช่แค่เรื่องเงินแต่เด็กจะรู้สึกผิดหวัง, ท้อใจ และเริ่มไม่มั่นใจในตัวเองด้วย
เพราะงั้น ถ้าได้ลองตั้งแต่เด็ก มันเหมือน ลองก่อนซื้อ รู้ก่อนว่าชอบงานแบบไหน ไม่ต้องมาเสียเวลาตอนเรียนมหาลัยแล้วรู้ว่า ไม่ใช่
 
4. ต้องพาไปลองแบบไหนถึงจะเห็นผล?
ไม่ต้องยาก ไม่ต้องแพง แค่ได้ลองใช้เครื่องมือจริงแบบง่าย ๆ ลองแก้ปัญหาจริง เช่น ซ่อมของเล็ก ๆ ทำโมเดลบ้าน สร้างของเล่นเอง ลองสวมบทบาทอาชีพ (เล่นเป็นหมอ นักวิทย์ ยูทูบเบอร์ สถาปนิก ฯลฯ) ลองทำโปรเจกต์จบงาน เช่น ทำงานออกแบบ 1 ชิ้น หรือทดลองวิทยาศาสตร์ 1 เรื่อง หรือเข้าร่วม workshop ลองอาชีพ แค่นี้ก็ช่วยให้สมอง รู้จักตัวเอง ได้เร็วมากแล้ว
 
งานวิจัยของ คณะศึกษาศาสตร์ ม.เชียงใหม่ (2566) สรุปชัดว่ากิจกรรมแบบลงมือทำ(Experiential Learning) ช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าจะเลือกอาชีพไหนได้มากขึ้นถึง 45%
 
5. ช่วยประหยัดเงินได้ยังไง?
เพราะเด็กจะไม่เข้าคณะที่ไม่ใช่ ไม่ต้องเสียเงินเรียนใหม่ ไม่ต้องซิ่ว ไม่ต้องเสียเวลา 1 ปี รู้เร็วว่าอะไรเหมาะกับตัวเอง ทำให้เลือกเส้นทางตรงสุด
 
มหาวิทยาลัยหลายแห่งมีตัวเลขว่า การเปลี่ยนคณะ 1 ครั้ง ค่าใช้จ่ายรวม ๆ อาจสูงถึง 60,000120,000 บาท (ค่าเทอม + ค่าใช้ชีวิต + ค่าเวลาที่เสียไป) แต่การได้ลองอาชีพตั้งแต่ ป.4 ม.3 ค่าใช้จ่ายอาจเป็นแค่หลักร้อยหลักพัน แต่ช่วยเลี่ยงการเสียเงินหลักแสนในอนาคตได้จริง
 
สรุปแบบง่ายที่สุดสำหรับเด็ก
     ลองเยอะ = รู้เร็ว
     รู้เร็ว = ไม่หลงทาง
     ไม่หลงทาง = ไม่เสียเงินซ้ำ
และที่สำคัญที่สุด การได้ลองอาชีพทำให้ รู้จักตัวเอง มากขึ้นกว่าการอ่านจากหนังสือหลายเท่า
 
อ้างอิง
  • มูลนิธิคนไทย 4.0 & สสส. (2564). รายงานว่ากว่า 70% ของเด็กไทย ไม่เคยสัมผัสประสบการณ์อาชีพจริง ทำให้ไม่รู้ว่าตัวเองชอบหรือถนัดอะไร
  • ศูนย์พัฒนาเด็กและเยาวชน จุฬาฯ (2565). เด็กที่ได้ลองกิจกรรมอาชีพจริง มีโอกาสเลือกสายการเรียนตรงความถนัดเพิ่มขึ้น 1.8 เท่า
  • สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มศว (2564). เด็กที่รู้ตัวเองเร็ว มีโอกาส เปลี่ยนคณะ/ลาออก ต่ำลงอย่างชัดเจน ลดค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนหลายหมื่นหลักแสนบาท
  • สกศ. (25632565). พบว่า 3040% ของนักศึกษาที่ลาออกหรือเปลี่ยนคณะ เกิดจากการ เลือกคณะผิด เพราะไม่รู้ความสนใจจริงของตัวเอง
  • คณะศึกษาศาสตร์ ม.เชียงใหม่ (2566). กิจกรรมแบบลงมือทำ (Experiential Learning) ช่วยเพิ่ม ความมั่นใจในการเลือกอาชีพ ได้ถึง 45%
  • ข้อมูลมหาวิทยาลัยรัฐ (25642566). การเปลี่ยนคณะ 1 ครั้งมีค่าใช้จ่ายรวมเฉลี่ย 60,000120,000 บาท

บทความที่เกี่ยวข้อง
เด็กที่มีเป้าหมายชัด มักมี “1 สิ่งเหมือนกัน” ในบ้าน
เด็กที่มีเป้าหมายชัด ไม่ได้เริ่มจากความเก่งแต่เริ่มจากบ้านที่คุยกันและฟังกันเสมอเพราะเป้าหมายของเด็ก ค่อย ๆ เติบโตจากการมีคนรับฟังเขาจริงๆ
25 ธ.ค. 2025
เป้าปีใหม่ที่เด็กทำได้จริง ไม่ต้องเป๊ะ แต่อยู่ได้นาน
เด็กไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองให้เก่งขึ้นทันที แต่เริ่มจากการตั้งเป้าที่ทำได้จริง และอยู่กับเขาได้นาน เพราะการเติบโตที่ดีมักมาจากความเข้าใจตัวเอง
25 ธ.ค. 2025
ปีใหม่อยากให้ลูกเป็นคนใหม่ ต้องเริ่มจาก 5 สิ่งนี้
บางครั้งการเริ่มต้นปีใหม่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองให้เก่งขึ้นทันที แค่เริ่มจากความกล้าลองและไม่กลัวผิดก็เพียงพอสำหรับก้าวแรกของปีใหม่แล้ว
25 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy