ลองฝึกอาชีพ 1 วัน ดีกว่าถาม "อยากเป็นอะไร" 100 รอบ

ผู้ปกครองหลายบ้านคุ้นกับคำถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร แต่คำตอบที่ได้บ่อยคือไม่รู้ อะไรก็ได้
สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าเด็กไม่มีความฝันแต่หมายความว่า เด็กยังไม่มีประสบการณ์มากพอจะตอบ
เด็กประถมและมัธยมต้นยังอยู่ในวัยที่สมองเรียนรู้ดีที่สุดจาก การลงมือทำจริงไม่ใช่จากการจินตนาการอนาคตไกลๆ

ทำไมการถามอย่างเดียวไม่ช่วยให้เด็กค้นพบตัวเอง
การถามให้เด็กคิดถึงอาชีพคือการขอให้เขา เลือก จากสิ่งที่เขาไม่เคยเห็น ไม่เคยลองเหมือนถามว่า ชอบอาหารจานไหนที่สุด ทั้งที่ยังไม่เคยชิมเลยสักจานเด็กจึงตอบไม่ได้และเริ่มรู้สึกว่า ตัวเองไม่มีอะไรพิเศษ

สมองเด็กเรียนรู้จากประสบการณ์ไม่ใช่คำถาม
งานวิจัยด้านพัฒนาการเด็กอธิบายตรงกันว่าเด็กจะเข้าใจตัวเองได้ดีขึ้น เมื่อได้
  • ลงมือทำ
  • เจอสถานการณ์จริง
  • สะท้อนความรู้สึกของตัวเองหลังทำกิจกรรม

แนวคิดนี้เรียกว่า การเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง (Experiential Learning) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการค้นหาความถนัด

ลองอาชีพ 1 วัน เด็กได้อะไรบ้าง
แม้จะเป็นแค่ระยะเวลาสั้นๆ เด็กจะได้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับตัวเอง เช่น

  • ชอบใช้มือทำงาน หรือชอบคิดวิเคราะห์
  • สนุกกับการทำงานคนเดียว หรือทำงานเป็นทีม
  • กล้าลอง กล้าถาม หรือชอบสังเกตเงียบ ๆ
  • อะไรที่ ไม่ชอบ ซึ่งสำคัญไม่แพ้สิ่งที่ชอบ

ข้อมูลเหล่านี้ไม่มีในแบบทดสอบแต่เกิดจากประสบการณ์จริงเท่านั้น

งานวิจัยบอกอะไรเกี่ยวกับการให้เด็กลองอาชีพ
งานวิจัยด้านการแนะแนวและการพัฒนาเยาวชนพบว่า

  • เด็กที่ได้สัมผัสอาชีพจริงตั้งแต่วัยเรียน มีแนวโน้มรู้เป้าหมายของตัวเองเร็วขึ้นและปรับตัวกับการเรียนในระดับที่สูงขึ้นได้ดีกว่า
  • การเรียนรู้แบบลงมือทำช่วยพัฒนา ความมั่นใจในตนเอง และ การตัดสินใจ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญต่ออนาคตมากกว่าการรู้คำตอบว่าอยากเป็นอะไร

ทำไมไม่ควรรอให้เด็ก โตแล้วค่อยเลือก
หลายครอบครัวคิดว่ารอให้ลูกพร้อมก่อน ค่อยให้เลือกอาชีพแต่ความจริงคือความพร้อม เกิดจากการได้ลอง ไม่ใช่จากการรอ ยิ่งเด็กไม่เคยลองยิ่งกลัวการเลือกเพราะกลัวเลือกผิด
การให้ลองอาชีพสั้น ๆ ไม่ใช่การบังคับให้ตัดสินใจแต่คือการสร้าง ฐานข้อมูลชีวิต ให้เด็ก

เด็กแบบไหนควรเริ่มลองอาชีพ

  • เด็กที่บอกว่า ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร
  • เด็กที่เรียนได้ แต่ไม่อินกับวิชาไหน
  • เด็กที่เบื่อง่าย เปลี่ยนความสนใจบ่อย
  • เด็กที่ไม่กล้าตัดสินใจ เพราะกลัวผิดพลาด

จริง ๆ แล้วเด็กทุกคนควรได้ลองต่างกันแค่ ลองมากลองน้อย

คำถามที่ผู้ปกครองควรถามหลังจากเด็กได้ลอง
แทนที่จะถามว่าอยากเป็นอันนี้ไหมลองถามว่า

  • วันนี้สนุกตอนไหนที่สุด
  • อะไรยากกว่าที่คิด
  • ถ้าได้ลองอีกครั้ง อยากปรับอะไร
  • อยากรู้เรื่องนี้ต่อไหม

คำถามเหล่านี้ช่วยให้เด็กเข้าใจตัวเองโดยไม่กดดันให้ต้องรีบเลือก

สรุป

  • เด็กไม่จำเป็นต้องรู้ว่าโตขึ้นจะเป็นอะไร ตั้งแต่อายุยังน้อย
  • แต่เด็กควรรู้ว่า ตัวเองเป็นคนแบบไหน
  • การลองอาชีพ 1 วัน ให้ข้อมูลชีวิตจริงกับเด็ก
  • ดีกว่าการถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ โดยไม่มีประสบการณ์รองรับ

ถ้าลูกยังตอบไม่ได้ว่าอยากเป็นอะไรอาจไม่ใช่เพราะเขาไม่เก่งแต่เพราะเขา ยังไม่เคยได้ลองจริง

อ้างอิง

  • OECD. (2021). Career Readiness and Career Development. รายงานด้านการพัฒนาเยาวชนและการเตรียมความพร้อมสู่อาชีพ
  • Kolb, D. A. (1984). Experiential Learning: Experience as the Source of Learning and Development. ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์
  • คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. งานวิจัยด้านพัฒนาการเด็กและการเรียนรู้เชิงประสบการณ์

บทความที่เกี่ยวข้อง
เด็กที่มีเป้าหมายชัด มักมี “1 สิ่งเหมือนกัน” ในบ้าน
เด็กที่มีเป้าหมายชัด ไม่ได้เริ่มจากความเก่งแต่เริ่มจากบ้านที่คุยกันและฟังกันเสมอเพราะเป้าหมายของเด็ก ค่อย ๆ เติบโตจากการมีคนรับฟังเขาจริงๆ
25 ธ.ค. 2025
เป้าปีใหม่ที่เด็กทำได้จริง ไม่ต้องเป๊ะ แต่อยู่ได้นาน
เด็กไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองให้เก่งขึ้นทันที แต่เริ่มจากการตั้งเป้าที่ทำได้จริง และอยู่กับเขาได้นาน เพราะการเติบโตที่ดีมักมาจากความเข้าใจตัวเอง
25 ธ.ค. 2025
ปีใหม่อยากให้ลูกเป็นคนใหม่ ต้องเริ่มจาก 5 สิ่งนี้
บางครั้งการเริ่มต้นปีใหม่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองให้เก่งขึ้นทันที แค่เริ่มจากความกล้าลองและไม่กลัวผิดก็เพียงพอสำหรับก้าวแรกของปีใหม่แล้ว
25 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy