เด็กติดมือถือ เพราะไม่ตั้งใจหรือไม่มีอะไรให้รู้สึกว่า ทำได้

ลองถามตัวเองเล่น ๆ ว่า ถ้าวันนี้ไม่มีมือถือทั้งวันเราจะทำอะไร? เด็กส่วนใหญ่ตอบไม่ออก เพราะรู้สึกว่าโลกจริง ไม่น่าสนใจเท่าในจอ จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่เพราะเด็กขี้เกียจหรือแย่ลงแต่เพราะในชีวิตประจำวันของเขา
     ในห้องเรียนเจอแต่งานยากๆ
     ที่บ้านพ่อแม่ก็เหนื่อย
     เพื่อนส่วนใหญ่ก็คุยผ่านแชต
เลยแทบไม่มี อะไรกระตุ้น ให้ลองทำของจริง สุดท้ายสมองเลยจำว่า
     มือถือ = สนุก คุมได้ สำเร็จเร็ว
     โลกจริง = เหนื่อย ผิดแล้วโดนดุ
เพราะงั้นการแก้ปัญหาไม่ใช่แค่ ห้ามเล่นแต่คือ ทำให้โลกจริงน่าสนุกขึ้นสำหรับเด็ก

อยากให้ลูกลดมือถือ? เริ่มที่พ่อแม่ก่อน
1.ชั่วโมงหน้าจอเยอะ = เสี่ยงหลายเรื่อง
     งานวิจัยไทยบอกว่า เด็กไทยใช้มือถือเฉลี่ย 35 ชม./สัปดาห์ ยิ่งใช้นาน ยิ่งเสี่ยงปัญหาภาษา การเรียน สุขภาพ และอารมณ์

2.เครียด + เบื่อ = มือถือคือที่หนี
     เมื่อเด็กเครียดจากการเรียน หรือไม่มีอะไรทำสมองจะหาทางไปสู่ สิ่งที่สบายที่สุด คือมือถือ

3.ถ้าพ่อแม่เปลี่ยน ลูกเปลี่ยนได้จริง
     งานวิจัยจาก ม.มหิดล พบว่าพ่อแม่ที่ลดจอของตัวเอง + ชวนลูกทำกิจกรรมด้วยกันทำให้ลูกลดเวลาหน้าจอได้จริงทั้งระยะสั้นและระยะยาว

สรุปง่าย ๆ
     ห้ามเฉย ๆ ไม่ค่อยได้ผล
     ชวนทำของจริงด้วยกัน ได้ผลกว่าเยอะ
 
คุยกับลูกยังไง ไม่ให้รู้สึกว่าเราจะ ยึดมือถือเขา
แทนคำว่า เลิกเล่นมือถือเดี๋ยวนี้!
ลองใช้แบบนี้แทน
     พ่อแม่ก็ใช้เยอะเหมือนกัน เรามาช่วยกันลดดีไหม
     เล่นเยอะ ๆ แล้วลูกเคยปวดตาหรือเหนื่อยไหม
     งั้นเราลองตั้งเวลา + หาอย่างอื่นทำแทนสัก 7 วันไหม

เด็กจะรู้สึก ร่วมมือ มากกว่า ถูกสั่ง
เด็กไม่ได้ติดมือถือเพราะดื้อ แต่เพราะยัง ไม่เคยได้ลองของจริงมากพอ งานวิจัยไทยยืนยันตรงกันว่าพอเด็กได้ทำกิจกรรมจริง ได้สำเร็จจริง ได้ลองผิดลองถูกในโลกจริง พฤติกรรมหน้าจอจะลดลงเองแบบ เป็นธรรมชาติ

พ่อแม่ที่อยากเริ่มต้นให้ลูกลอง โลกจริงที่จับต้องได้ สามารถมา Workshop กับเราได้

อ้างอิง
1. ปรียาภรณ์ ประยงค์กุล และสุภาวดี เจริญวานิช. (2567). พฤติกรรมการติดโทรศัพท์มือถือในเด็ก: ผลกระทบและการป้องกัน. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
2. Kumruangrit, S. et al. (2565). Smart devices and family roles: a study of smart device use among children aged 25 in Thailands health region 3. Journal of Population and Social Studies.
3. Boonmun, W. et al. (2566). A Program for Parents Screen Time Reduction for Preschool Children: A Quasi-experimental Study. Pacific Rim International Journal of Nursing Research.

บทความที่เกี่ยวข้อง
ลองฝึกอาชีพ 1 วัน ดีกว่าถาม "อยากเป็นอะไร" 100 รอบ
เด็กหลายคนไม่ได้ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร แต่แค่ยังไม่เคยมีโอกาสได้ลองจริง บางครั้ง การให้ลองแค่ “1 วัน” อาจดีกว่าการถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ ทั้งชีวิต
24 ธ.ค. 2025
เด็กรู้ตัวช้า = เสียโอกาสสูงถึง 50% จากงานวิจัยด้านการศึกษา
เด็กหลายคนไม่ได้ไม่เก่งแต่แค่ยังไม่รู้ว่าตัวเองถนัดอะไร และควรเริ่มจากตรงไหน การรู้ตัวช้ากำลังทำให้โอกาสสำคัญของช่วงวัยเรียนค่อย ๆ หายไปโดยไม่รู้ตัว
22 ธ.ค. 2025
ทำไมเด็ก “เรียนเก่ง” หลายคนโตไปแล้ว “ไม่รู้จะทำอาชีพอะไร”
ทำไมเด็กที่คะแนนดีตลอด กลับตอบไม่ได้ว่าโตไปอยากทำอาชีพอะไร หรือจริงๆ แล้วเราโฟกัสให้ลูก “เก่งเรียน” มากกว่า “รู้จักตัวเอง” โดยไม่รู้ตัวกันแน่?
28 พ.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy