5 ทักษะปี 2035 ที่โรงเรียนยังไม่สอน แต่ลูกต้องมี

ลองคิดเล่นๆ ว่าอีก 10 ปีข้างหน้า โลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน AI เก่งขึ้น งานหลายอย่างหายไป งานใหม่เกิดขึ้นทุกปี เด็กที่จะอยู่รอดได้ ไม่ใช่คนที่ท่องเก่งที่สุดแต่คือ คนที่คิดเป็น ปรับตัวเป็น และเรียนรู้ได้เร็ว
 
งานวิจัยทั้งของไทยและต่างประเทศก็สรุปเหมือนกันว่าทักษะที่สำคัญที่สุดในอนาคต คือทักษะที่หลายโรงเรียนยังไม่ได้สอนแบบจริงจัง นี่คือ 5 ทักษะที่ลูกควรเริ่มมีตั้งแต่วันนี้ อ่านง่ายๆ แต่สำคัญมากสำหรับชีวิตในปี 2035
 
1. ทักษะคิดเป็นแยกแยะเป็น (Critical Thinking)
เวลาเจอข้อมูลออนไลน์ เด็กต้องรู้ว่าอะไรจริง อะไรปลอมต้องตั้งคำถามเป็น ไม่ใช่เชื่อตามคนอื่นทั้งหมด งานวิจัยไทยพบว่า เด็กหลายคนยัง ตั้งคำถามไม่เป็น และติดการท่องจำแต่ถ้าได้ฝึกคิด วิเคราะห์ เปรียบเทียบเหตุผล คะแนนและความเข้าใจจะดีขึ้นมาก
 
ที่บ้านฝึกยังไงดี
  • ให้ลูกลองถามกลับ เช่น ทำไมคิดแบบนั้น
  • เวลามีข่าวไวรัล ลองให้ลูกช่วยดูว่าแหล่งข่าวน่าเชื่อไหม
  • เวลาเลือกอะไร ให้ลูกลองให้เหตุผล 23 ข้อ ไม่ใช่ตอบว่า อยากได้
เด็กที่ คิดเป็น จะไม่หลงเชื่ออะไรง่ายๆ และตัดสินใจดีขึ้นมาก
 
2. ทักษะแก้ปัญหาแบบสร้างสรรค์ (Creative Problem Solving)
อนาคตไม่มีเฉลยท้ายเล่มให้ดู ปัญหาใหม่ๆ จะโผล่มาให้แก้ตลอด งานวิจัยในไทยพบว่า เวลาที่เด็กได้ทำโครงงาน หรือแก้โจทย์เปิดๆ เด็กจะคิดไอเดียใหม่ๆ เก่งขึ้น ล้มแล้วลุกได้เร็วขึ้น
 
ที่บ้านฝึกยังไงดี
  • เวลาโจทย์คณิตผิด อย่ารีบบอกวิธี ให้ถามว่า มีวิธีอื่นอีกไหม
  • ให้ลูกทำโปรเจกต์ง่ายๆ เช่น จัดโต๊ะให้ใช้งานง่ายขึ้น
  • ถ้าลูกชอบเกม ให้ลองออกแบบ ด่านใหม่ หรือ ตัวละครของตัวเอง
ยิ่งลองคิดหลายวิธี เด็กยิ่งเก่งในการรับมือปัญหาจริงในชีวิต
 
3. ทักษะดิจิทัลรู้เท่าทันออนไลน์ (Digital Literacy)
เด็กรุ่นใหม่ใช้มือถือเป็น แต่ไม่ได้แปลว่า ใช้เป็นประโยชน์ งานวิจัยไทยบอกว่า เด็กจำนวนมากยังไม่รู้วิธีตรวจสอบข้อมูล บางคนแบ่งเวลาไม่ได้ ใช้มือถือจนกระทบการเรียน และสุขภาพจิต
 
ที่บ้านฝึกยังไงดี
  • แบ่งเวลา เล่นเพื่อสนุก กับ ใช้เพื่อเรียนรู้ ให้ชัด
  • ให้ลูกลองใช้ AI ช่วยสรุปบทเรียน หรือทำภาพประกอบการบ้าน
  • เวลามีข่าวไวรัล ให้ลูกฝึกเช็กว่า จริงหรือปลอม
เป้าหมายคือ ใช้เทคโนโลยีให้ฉลาดกว่าเทคโนโลยี ไม่ใช่แค่เสพอย่างเดียว
 
4. ทักษะอารมณ์เข้าสังคม (Resilience & Empathy)
โลกอนาคตเปลี่ยนเร็ว เด็กต้องรับมือความเครียดได้และทำงานร่วมกับคนหลากหลายได้ดี งานวิจัยบอกว่า เด็กที่มีทักษะอารมณ์สังคมแข็งแรงมักเรียนดีขึ้น ทำงานง่ายขึ้น และปัญหาทะเลาะกับเพื่อนน้อยลง
 
ที่บ้านฝึกยังไงดี
  • ถ้าลูกผิดหวัง อย่ารีบปลอบ แต่ค่อยๆ ชวนคุยว่า ได้บทเรียนอะไรจากเรื่องนี้
  • ให้ลูกช่วยงานบ้านแบบทำเป็นทีม เช่น ทำอาหารด้วยกัน
  • ลองให้ลูกสวมบทบาทมองมุมของคนอื่น เช่น ถ้าเป็นเพื่อน ลูกจะรู้สึกยังไง
เด็กที่เข้าใจตัวเองและคนอื่น จะอยู่ได้ทุกที่ในอนาคต
 
5. ทักษะรู้จักตัวเองวางแผนชีวิต (SelfLearning & Life Design)
โลกอนาคตไม่ใช่เรียนจบคณะเดียวแล้วทำงานตลอดชีวิตคนยุคใหม่จะเปลี่ยนงานหลายครั้ง ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ตลอดเวลา งานวิจัยในไทยพบว่า เด็กจำนวนมากยังไม่รู้วิธี สำรวจตัวเอง ไม่ค่อยรู้ว่าตัวเองถนัดอะไร สนใจอะไรจริงๆ เพราะไม่เคยลอง
 
ที่บ้านฝึกยังไงดี
  • ถามลูกว่า ตอนนี้สนใจอะไรที่สุด 3 อย่าง ทำไมถึงสนใจ
  • ให้ลองกิจกรรมหลายแบบ เช่น เวิร์กช็อปอาชีพ งานอาสา ทำโปรเจกต์เล็กๆ
  • ทุกปิดเทอมชวนลูกทบทวนว่า ปีนี้เราได้รู้อะไรใหม่เกี่ยวกับตัวเองบ้าง
เด็กที่รู้จักตัวเอง จะเลือกเส้นทางอนาคตได้มั่นใจกว่ามาก
 
สรุป: ถ้าโรงเรียนยังสอนไม่ครบ พ่อแม่ช่วยเติมเต็มได้
ทักษะพวกนี้ไม่ต้องใช้เงินเยอะแต่ต้องใช้ โอกาสในการลอง และ บทสนทนาดีๆ ในบ้าน พ่อแม่ทำได้ทันที เช่น
  • ชวนลูกคิดถามสงสัย
  • ให้ลองทำจริงมากขึ้น
  • ฝึกให้วิเคราะห์ข้อมูลเอง
  • ช่วยลูกสำรวจความชอบและจุดแข็ง
  • สร้างบรรยากาศที่ล้มได้ เรียนรู้ได้
ถ้าลูกเริ่มฝึกตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องเก่งที่สุด แต่จะ พร้อมกว่าใคร ในปี 2035 แน่นอน
 
อ้างอิง
  • นวพล ชัยชนะ (2565) เด็กที่ได้ฝึกคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ มีผลการเรียนและความเข้าใจดีขึ้นจริง.
  • กัญญาภัค คำผา (2564) พบว่าเด็กไทยจำนวนมากยังขาดทักษะตั้งคำถามและการวิเคราะห์ข้อมูล.
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (2564) การเรียนแบบโครงงานและ Inquiry ช่วยให้เด็กคิดสร้างสรรค์และแก้ปัญหาได้ดีขึ้น.
  • วราภรณ์ วัฒนพานิช (2563) การทำโปรเจกต์จริงเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนอย่างมีนัยสำคัญ.
  • ปิยธิดา ลออเอี่ยม (2564) นักเรียน ม.1 ส่วนใหญ่ยังตรวจสอบข่าวปลอมไม่เป็น ต้องสอน Digital Literacy อย่างจริงจัง.
  • ธาริณี โรจนภาพยนต์ (2566) การสอนรู้เท่าทันดิจิทัลช่วยเพิ่มทักษะจับใจความและคิดวิเคราะห์ได้จริง.
  • สายฝน เสกขุนทด (2565) ทักษะอารมณ์สังคมมีผลต่อการเรียนและการทำงานพอๆ กับทักษะวิชาการ.
  • เบญจวรรณ ถนอมชยธวัช (2559) เด็กไทยยังขาดการวางแผนชีวิตและการเรียนรู้ด้วยตัวเอง.
  • World Economic Forum, Future of Jobs Report (2023) ทักษะสำคัญของอนาคตคือความยืดหยุ่น การสื่อสาร และการเรียนรู้ตลอดชีวิต.

บทความที่เกี่ยวข้อง
เด็กที่มีเป้าหมายชัด มักมี “1 สิ่งเหมือนกัน” ในบ้าน
เด็กที่มีเป้าหมายชัด ไม่ได้เริ่มจากความเก่งแต่เริ่มจากบ้านที่คุยกันและฟังกันเสมอเพราะเป้าหมายของเด็ก ค่อย ๆ เติบโตจากการมีคนรับฟังเขาจริงๆ
25 ธ.ค. 2025
เป้าปีใหม่ที่เด็กทำได้จริง ไม่ต้องเป๊ะ แต่อยู่ได้นาน
เด็กไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองให้เก่งขึ้นทันที แต่เริ่มจากการตั้งเป้าที่ทำได้จริง และอยู่กับเขาได้นาน เพราะการเติบโตที่ดีมักมาจากความเข้าใจตัวเอง
25 ธ.ค. 2025
ปีใหม่อยากให้ลูกเป็นคนใหม่ ต้องเริ่มจาก 5 สิ่งนี้
บางครั้งการเริ่มต้นปีใหม่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองให้เก่งขึ้นทันที แค่เริ่มจากความกล้าลองและไม่กลัวผิดก็เพียงพอสำหรับก้าวแรกของปีใหม่แล้ว
25 ธ.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy